<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:taxo="http://purl.org/rss/1.0/modules/taxonomy/" xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community: [4800] สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ</title>
    <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1480</link>
    <description />
    <textInput>
      <title>The Community's search engine</title>
      <description>Search the Channel</description>
      <name>search</name>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/simple-search</link>
    </textInput>
    <item>
      <title>จดหมายข่าว ฉบับที่</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/2018</link>
      <description>Title: จดหมายข่าว ฉบับที่
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: สำนักเศรษฐศาสตร์</description>
      <pubDate>Tue, 26 Jan 2016 22:58:59 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>วารสารเศรษฐศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 เดือนมกราคม - มิถุนายน 2552</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1501</link>
      <description>Title: วารสารเศรษฐศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 5 ฉบับที่ 5 เดือนมกราคม - มิถุนายน 2552
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:53:16 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>การคลังเพื่อการศึกษาอัตราผลตอบแทนการลงทุนระดับอุดมศึกษาและวิพากษ์กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1500</link>
      <description>Title: การคลังเพื่อการศึกษาอัตราผลตอบแทนการลงทุนระดับอุดมศึกษาและวิพากษ์กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: ปัทมสิริวัฒน์, ดิเรก
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: บทความนี้ใช้ทฤษฎีทุนมนุษย์เป็นกรอบในการวิเคราะห์ผลตอบแทนการลงทุนด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย เพื่อตอบคำถามเชิงนโยบายเกี่ยวกับสินเชื่อการศึกษา พร้อมกับวิพากษ์กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของไทย และเสนอแนะการปรับปรุงเงื่อนไขการให้กู้ยืมบางประการ ส่วนแรกวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างและเงินเดือนระหว่างผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา เปรียบเทียบกับผู้จบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น ในกลุ่มผู้มีอายุ 15-44 ปี ใช้ผลสำรวจแรงงานและจ้างงานในปี พ.ศ. 2548 เป็นฐานข้อมูล ใช้แบบจำลองเศรษฐมิติ quantile regression ซึ่งเป็นเทคนิคที่สะท้อนของเงินเดือนค่าจ้างในกลุ่มรายได้สูง-ปานกลาง-ต่ำ เพื่อประมาณการเงินเดือนค่าจ้างที่คาดคะเนตามช่วงอายุ ผลการศึกษายืนยันว่า ก) อัตรา&#xD;
ผลตอบแทนของการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยเท่ากับร้อยละ 18-19 โดยประมาณ ซึ่งนับว่าสูงทีเดียว เปรียบเทียบกับผลการศึกษาในต่างประเทศ ข) ผู้กู้ยืมมีความสามารถที่จะชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้โดยกันรายได้ในอนาคตในอัตราร้อยละ 10 ภายในกรอบเวลาสิบห้าปี สุดท้ายเสนอข้อสังเกตและวิจารณ์กองทุนให้กู้ยืม&#xD;
เพื่อการศึกษา (กยศ) และเปรียบเทียบกับกองทุนให้กู้ยืมที่อิงรายได้ในอนาคต</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:48:10 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Agricultural Trade-poverty Linkage : An Empirical Investigation</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1499</link>
      <description>Title: Agricultural Trade-poverty Linkage : An Empirical Investigation
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: Houbcharaun, Akarapon
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: Many research studies paid attention seriously on the linkage between trade&#xD;
liberalization and poverty alleviation. Those studies applied different kinds of empirical technique to justify the relationship between trade openness and poverty. However, the results of those&#xD;
studies are mixed. The purpose of this paper is to examine empirically the channels by which agricultural trade liberalization could positively affect poverty in developing counties. This paper uses dynamic panel data to examine the relationship with linear-formed model. One-step difference GMM estimator and ordinary least square (OLS) estimator are applied to find statistical&#xD;
significance in the relation. The result indicates that agricultural trade have statistically positive effects to economic growth, poverty reduction, and equity improvement in developing countries whose the poor are dependent on agricultural sector.</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:37:44 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Fiscal and Monetary Policy Mixes Linkage to Thailand’s Agriculture</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1498</link>
      <description>Title: Fiscal and Monetary Policy Mixes Linkage to Thailand’s Agriculture
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: เจริญสถาพรกุล, จิรวัฒน์
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: This study has already been in line with the theme of forward linkage between macroeconomic policies and agriculture. As a macro level, how much fiscal and monetary policy mixes benefit to Thailand’s agriculture is investigated. The procedure begins with the estimation of parameters in&#xD;
the macroeconomic-agricultural linkage model. The main results reveal that those policies have the impact on the interest rate, the exchange rate, price index and GDP. These variables link government expenditure and money supply to the agricultural sector. The estimated parameters&#xD;
are then utilized for policy simulation. When the increase in the government consumption spending coupled with acceleration in money supply growth is demonstrated, their impacts on&#xD;
agricultural sector are concluded in terms of percentage change from baseline value as follows. Food consumption, export and import increase. Nevertheless, surplus of trade balance for food is worsen. Employment in agricultural sector decreases, while capital stock in agricultural sector increases. Gross domestic production in agricultural sector subsequently increases. The&#xD;
replication results imply that the macroeconomic policies have an unintended effect on agriculture, although the money is not directly injected into the agricultural sector.</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:27:29 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>การวิเคราะห์ิผลของภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1497</link>
      <description>Title: การวิเคราะห์ิผลของภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: ชูชุมพร, ธิดารัตน์; ศีลพิพัฒน์, สุนีย์; ปราบปรปักษ์, ปรัชญ์
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และผลของภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อความเป็นธรรมทางภาษี ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์เป็นข้อมูลในช่วงปี 2509-2548 การวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์ผลทางทฤษฎีโดยใช้ข้อมูลรายได้แท้จริงที่กำหนดขึ้น และการวิเคราะห์ผลทางปฏิบัติโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีเงินได้รับภาระภาษีเพิ่มขึ้น ผลทางทฤษฎี พบว่า ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีเงินได้รับภาระภาษีเพิ่มขึ้น ยกเว้นในปี 2522, ปี 2528 และปี 2543-2545 การ&#xD;
ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราภาษี การเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีเงินได้รับภาระภาษีลดลง ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีเงินได้มากรับภาระภาษีมากกว่าผู้มีเงินได้น้อยและทำให้ผู้ที่มีผู้พึ่งพาน้อยรับภาระภาษีมากกว่าผู้ที่มีผู้พึ่งพามาก สำหรับผลทางปฏิบัติ พบว่า ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้มีเงินได้รับภาระภาษีมากขึ้น การปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีในช่วงภาวะเงินเฟ้อโดยการลดอัตราภาษีและขยายฐานเงินได้สุทธิของผู้มีเงินได้น้อยมีส่วนช่วยลดภาระภาษีได้ เช่น ในปี 2517, ปี 2523, ปี 2529, ปี 2532, ปี 2535, ปี 2542 และปี 2546 และหากมีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีพร้อมกับเพิ่มอัตราการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เช่น ในปี 2517, ปี 2523, ปี 2532 และปี 2546 จะช่วยลดภาระภาษีในช่วงภาวะเงินเฟ้อได้มากขึ้น&#xD;
ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้การใช้โครงสร้างภาษีอัตราก้าวหน้าเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ให้มีความเป็นธรรมทางภาษีลดลง ผลทางทฤษฎี พบว่า ผู้มีเงินได้น้อยได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อมากกว่าผู้ที่มีเงินได้มาก และผู้ที่มีผู้พึ่งพามากรับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อมากกว่าผู้ที่มีผู้พึ่งพาน้อย นั่นคือ ผลของภาวะเงินเฟ้อทำให้การใช้โครงสร้างภาษีอัตราก้าวหน้าเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ให้มีความเป็นธรรมทางภาษีลดลง สำหรับผลทางปฏิบัติ พบว่า การปรับปรุงโครงสร้างภาษีในช่วงปี 2509-2548 ยังไม่สามารถขจัดผลของภาวะเงินเฟ้อที่มีต่อภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ทำให้การใช้โครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงปี 2509-2548 เป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ให้มีความเป็นธรรมทางภาษีลดลง</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:18:09 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ผลกระทบของการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติต่อการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1496</link>
      <description>Title: ผลกระทบของการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติต่อการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: หงส์ชัชวาล, ศิริพร; จงอัศญากุล, วรดี; สุขารมณ์, ศุภชาติ
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: ปัจจุบันลักษณะการกำกับดูแลการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เปลี่ยนแปลงไป จากการกำกับดูแลโดยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) และ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) มาเป็น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยงานศึกษานี้ มุ่งศึกษาถึงผลกระทบของการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติต่อการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากการศึกษาพบว่า ภายหลังการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ส่งผลให้การให้บริการ&#xD;
โทรศัพท์เคลื่อนที่มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ลดลง มีความแพร่หลายและคุณภาพในการให้บริการเพิ่มขึ้น อีกทั้งผู้ให้บริการมีการกำหนดราคาค่าบริการหลากหลายเพิ่มขึ้น ทั้งการกำหนดราคาแบบโทรในเครือข่ายและโทรระหว่างเครือข่าย นอกจากนี้ ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติยังก่อให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้น จากสวัสดิการของผู้บริโภค ผู้ผลิตและสังคมโดยรวมเพิ่มขึ้น</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 06:05:55 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิตและต้นทุนการทำฟาร์มสุกรในจังหวัดนครปฐม</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1495</link>
      <description>Title: ประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิตและต้นทุนการทำฟาร์มสุกรในจังหวัดนครปฐม
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: เชวงนิรันดร์, นรินทร์; เจริญสถาพรกุล, จิรวัฒน์; ราษฎร์นิยม, อ้อทิพย์
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Abstract: ปัจจุบันฟาร์มสุกรในจังหวัดนครปฐมยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาหน้าฟาร์ม และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ปัญหาเหล่านี้ทำให้งานวิจัยสนใจที่จะวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิตและประมาณต้นทุนของฟาร์มสุกร การรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน 146 รายในปี 2551 โดยสุ่มจากอำเภอเมืองและอำเภอกำแพงแสนจำนวน 32 และ 114 ราย ทำให้ผู้วิจัยได้รับข้อมูลปฐมภูมิ เพื่อจะใช้ในการวิเคราะห์ ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีนัยสำคัญทางสถิติในฟังก์ชันการผลิตแบบคอบดักลาส ได้แก่ แรงงาน พื้นที่เลี้ยง พันธุ์ และอาหาร จากแนวคิดเรื่องประสิทธิภาพทางเทคนิค พบว่า ผลผลิตเพิ่มของปัจจัยพื้นที่ที่เลี้ยงมีค่าสูงกว่าผลผลิตเพิ่มที่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ ผลการศึกษายังพบอีกว่าเพื่อให้การผลิตเกิดประสิทธิทางเศรษฐกิจเกษตรกรควรเพิ่มปัจจัยการผลิต ได้แก่ แรงงาน พื้นที่เลี้ยง พันธุ์ อย่างไรก็ตามเกษตรควรลดปริมาณอาหารสัตว์ลงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดังกล่าว นอกจากนี้จากการประมาณต้นทุนการทำฟาร์มสุกรชี้ให้เห็นว่าต้นทุนอาหารมีค่าสูงสุดโดยเปรียบเทียบ ดังนั้นรัฐบาลควรเพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาด้านอาหารสัตว์เพื่อทดแทนพืชที่ต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ทำอาหารสัตว์ ซึ่งราคามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 05:09:36 GMT</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>แนวโน้มตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ</title>
      <link>http://kids-d.swu.ac.th/dspace/handle/123456789/1494</link>
      <description>Title: แนวโน้มตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ
&lt;br/&gt;
&lt;br/&gt;Authors: ราษฎร์นิยม, อ้อทิพย์; โกสลากร, ชมพูนุช</description>
      <pubDate>Wed, 21 Jul 2010 04:56:25 GMT</pubDate>
    </item>
  </channel>
</rss>

